มาตรฐานความงามในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการเน้นการเติมเต็มเฉพาะจุดไปสู่การปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม (Skin Quality) ความพยายามที่จะรักษาความยืดหยุ่นและความแน่นกระชับของผิวหนังอย่างยั่งยืนทำให้เทคโนโลยีกลุ่มสารฉีดกระตุ้นการสร้างใหม่ (Regenerative Biostimulator) ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้คือ Radiesse
Radiesse คือ สารฉีดผิวหนังที่มีส่วนประกอบหลักคือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติในกระดูกและฟันของมนุษย์ สารชนิดนี้มีคุณลักษณะทางชีวภาพที่เข้ากับร่างกายได้ดี (Biocompatibility) และย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้ในวงการผิวพรรณ CaHA จะอยู่ในรูปแบบของอนุภาคขนาดเล็กที่แขวนลอยอยู่ในเจลพาหะ (Gel Carrier)
กลไกที่โดดเด่นของ Radiesse คือ การทำหน้าที่เป็นโครงร่าง (Scaffold) ใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง กระบวนการนี้ส่งผลให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนประเภทที่ 1 และ 3 รวมถึงอีลาสตินซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี การฟื้นฟูจากภายในลักษณะนี้ส่งผลให้ผิวมีความหนาตัวและแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ไลฟ์สไตล์ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะและความเครียดส่งผลให้กระบวนการเสื่อมสภาพของผิวเกิดได้รวดเร็วขึ้น ปัญหาผิวฝ่อ ขาดความกระชับ หรือมีริ้วรอยละเอียด (Fine Lines) จึงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย การใช้ Radiesse จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแก้ปัญหารูปร่างใบหน้า แต่เน้นการปรับปรุงเนื้อผิว (Skin Texture) ให้มีความเรียบเนียนและแน่นกระชับ
ข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกพบว่าการฉีด CaHA ในระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของสารอาหารในระดับเซลล์ผิว และเพิ่มสารอุ้มน้ำตามธรรมชาติอย่างโปรตีโอไกลแคน (Proteoglycans) ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความต่อเนื่องและดูเป็นธรรมชาติเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากระบบการซ่อมแซมของร่างกายเอง
เนื่องจากส่วนประกอบหลักเป็นแร่ธาตุที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว ความเสี่ยงในการเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจึงอยู่ในระดับต่ำ กระบวนการรักษาโดยทั่วไปใช้เวลาไม่นานและไม่จำเป็นต้องพักฟื้นเป็นระยะเวลานาน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา หลังจากการฉีด สาร CaHA จะค่อยๆ ถูกดูดซึมและสลายไปตามกระบวนการเมแทบอลิซึมปกติของร่างกาย ในขณะที่คอลลาเจนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจะยังคงทำหน้าที่พยุงโครงสร้างผิวต่อไป โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการรักษาจะคงอยู่ได้ประมาณ 12 ถึง 18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
การพิจารณาใช้ Radiesse ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวและการวางแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการรักษาความอ่อนเยาว์และสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว